วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทำไงดี! จะใช้ Office 365 บนมือถือดันเจอข้อความ No Subscription Found


มีเพื่อนบ่นเข้ามาให้ฟังว่า เพิ่งจะลงแอพพลิเคชั่น Microsoft Office Mobile บน iOS ไปเมื่อวันก่อน พอจะล็อกอินเข้าสู่ระบบกลับเจอข้อความ “No Subscription Found” ซะงั้น!!! ตอนแรกก็คิดว่าอาจเป็นที่การเชื่อมต่อกับเครือข่าย แต่พอลองล็อกอินใหม่ แล้วเปลี่ยนไปเชื่อมต่อผ่าน wifi ก็ยังขึ้นข้อความแบบเดิมซ้ำอีก ร้อนอกร้อนใจว่าเกิด error อะไรขึ้นกับแอพพลิเคชั่นตัวนี้ เมื่อถึงเวลาจะใช้งานแล้วกลับเจอปัญหาเข้าระบบไม่ได้ เป็นใครก็คงเสียอารมณ์น่าดู
ปัญหาข้อความ “No Subscription Found” แสดง error เมื่อจะใช้งาน Microsoft Office Mobile บนมือถือนั้นเกิดขึ้นได้กับผู้ใช้งานบนสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และแอนดรอยด์ (เรียกว่าได้รับการปฏิบัติจากไมโครซอฟท์เท่าเทียมกันทัั้งสองระบบจริงๆ ฮา!) โดยจะปรากฏให้เห็นเด่นเป็นสง่าบนหน้าจอแบบนี้ครับ

Microsoft Office Mobile

ทีนี้เมื่อมีปัญหาก็ต้องมีสาเหตุ ซึ่งก็มีคนรวบรวมทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิด error นี้ขึ้นกับทั้งสอง OS บนมือถือ และแนวทางการแก้ไข (ซึ่งไม่ใช่แค่การ feedback ไปถึงไมโครซอฟท์เฉยๆ อันนั้นเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายแล้วกันครับ) ซึ่งบางที error ที่เกิดขึ้นก็อาจจะมาจากความผิดพลาดหลงลืมโดยไม่ตั้งใจของเราเอง หรืออาจเกิดจากระบบล่มชั่วขณะในตอนนั้นก็เป็นได้ ฉะนั้นมาดูวิธีตรวจสอบและแก้ไขปัญหากันครับ
1. ตรวจสอบในเบื้องต้นว่าบัญชี Office 365 ที่คุณสมัครใช้งานนั้นเป็นแพคเกจแบบไหน บัญชีผู้ใช้งาน Microsoft Office Mobile จะมี 2 แบบคือ แบบทั่วไป สำหรับผู้ใช้งานส่วนบุคคล เรียกว่า Microsoft Account กับแบบองค์กร สถานศึกษา และมหาวิทยาลัย เรียกว่า Organizational Account ส่วนแอพฯ ที่มีมาให้ใช้ในแพคเกจก็จะจัดมาให้ครบถ้วนตระกูล Office เหมือนกันทั้ง 2 แบบ หน้าตาก็จะเป็นประมาณนี้ครับ

112913_1756_NoSubscript2

2. หลังจากสมัครใช้งาน Microsoft Office 365 Mobile ไปแล้ว ก็ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลบัญชีผู้สมัครใช้งานประมาณ 15-30 นาที จากนั้น ระบบจะส่งข้อความกลับมาให้คุณได้ activate บัญชีผู้ใช้ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเงื่อนไขของไมโครซอฟท์เขา ซึ่งหากใจร้อนอยากรีบใช้งานในขณะที่บัญชีของคุณยังรอตรวจสอบอยู่ ก็อาจจะขึ้นข้อความ No Subscription Found ได้เหมือนกัน
3. หลังจากระบบได้ทำการ verify บัญชีผู้ใช้ของคุณแล้ว ก็ให้ลองทำการล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีนั้นดู ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนตัดสินชะตาชีวิตก็ว่าได้ เพราะผู้ใช้ก็มักจะพบแจ็คพอต error จากขั้นตอนนี้เป็นส่วนใหญ่
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า บัญชีผู้ใช้งาน Microsoft Office Mobile จะมีอยู่ 2 แบบ และถ้าไม่จำให้ดีตั้งแต่แรกว่าเราสมัครบัญชีผู้ใช้แบบไหนไปก็จะต้องเจอข้อความ error หลังจากล็อกอินแน่นอนครับ

112913_1756_NoSubscript3
4. ถ้าลองใช้วิธีแก้ปัญหาทั้ง 3 วิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล สุดท้ายก็คงต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด
- ลบแอพพลิเคชั่น และยกเลิกบัญชีผู้ใช้ตัวเดิม แล้วสมัครใหม่
- ถ้าใจเย็นหน่อย ก็แจ้งปัญหาไปถึงไมโครซอฟท์โดยตรง และรอให้ไมโครซอฟท์จัดการตรวจสอบ back end ว่ามีปัญหาจากทางเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์เองหรือไม่ ก็ใช้เวลาประมาณเกือบๆ ชั่วโมง
- ถ้าไม่เดือดร้อนจนเกินไป ก็อัพเกรด license ให้เป็น Official Professional Plus ไปเลย ถ้าสมัครบัญชีแบบ basic เอาไว้ในตอนต้น (อันนี้ฟังดูกำปั้นทุบดินยังไงไม่รู้ครับ แต่อาจจะมีผลด้านจิตวิทยาให้ผู้ใช้อัพเกรดแพคเกจไปเลยจะได้ใช้งานแบบฟูลออพชั่น)
ลิขสิทธิบทความของ 2beshop.com
ผู้แทนจำหน่าย Microsoft Office365

วิธี setup AD FS proxy servers สำหรับผู้ใช้งานระบบบัญชีเดียวบน Office 365


ขั้นตอนของการ setup เซิร์ฟเวอร์ AD FS proxy server จะเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นต่อจากการเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ AD FS ที่เป็นตัว Federated กับไมโครซอฟท์และได้ทำการยืนยัน (verified) ระบบ Single Signed-On (SSO) เรียบร้อยแล้ว โดยในขั้นตอนของการเพิ่มจำนวนเซิร์ฟเวอร์ AD FS จะทำให้ระบบสามารถผ่านการตรวจสอบ ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการ setup จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างเซิร์ฟเวอร์แบบ External Authentication ซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักของการรับส่งข้อมูลในผู้ใช้งานระบบอีเมล์ Exchange Online 2012, SharePoint 2012 และ Lync Online ดังแผนภูมิในภาพต่อไปนี้
042213_0146_SettingupAD1
การเพิ่มจำนวนตัวบันทึกข้อมูล External DNS
1. ใน AD FS Server Farm ให้เพิ่ม External DNS ตัว A record ซึ่งควรคำนึงอยู่เสมอว่าในการเพิ่ม External DNS นั้นก็เพื่อให้มีจำนวนของเซิร์ฟเวอร์ AD FS หลายตัว เพื่อรองรับการใช้งานโหลดบาลานซ์โหมด (load balanced) แต่หากระบบของคุณไม่มีความจำเป็นจะต้องเพิ่มปริมาณเซิร์ฟเวอร์และต้องการให้ AD FS proxy เป็นแบบเซิร์ฟเวอร์เดี่ยว ก็สามารถใช้วิธีการ setup นี้ได้เช่นกัน
ตัวอย่างการ setup
server farm name : sts.domain.com
IP address : x.x.x.x โดยต้องให้แน่ใจว่า IP address นี้เข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ด้วย
2. ทำการสร้าง Firewall เนื่องจากการสื่อสารผ่านข้อมูลจะเกิดขึ้นในพอร์ท 443 จึงต้องทำการจัดการเครือข่ายไฟร์วอลล์แบบ DMZ (Demilitarized Zone) เพื่อให้การสื่อสารเกิดขึ้นได้ทั้งสองทาง ระหว่างการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกับเครือข่ายภายใน
- สำหรับ Multiple Servers ต้องให้ทราฟฟิคใดๆ จากการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นบนพอร์ท 443 เพื่อส่งข้อมูลต่อไปยัง cluster IP หรือ IP address เสมือน แล้วให้ Cluster IP ส่งข้อมูลต่อไปยัง AD FS proxy server ตัวใดตัวหนึ่งได้ทันที
- สำหรับ Single Server ต้องให้ทราฟฟิคใดๆ จากการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นบนพอร์ท 443 เช่นเดียวกัน โดยที่ข้อมูลจะส่งต่อไปยัง AD FS proxy server ได้ทันที
3. สร้างฐานของเซิร์ฟเวอร์ AD FS PR01 และ AD FS PR02 ด้วย Windows Server 2008 R2 SP1 (ใช้ได้ทั้งกับผู้ใช้งานประเภททั่วไปและ Enterprise)
คำแนะนำ – อย่า ทำการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ให้กับ local domain
4. ทำการกำหนดค่า static IP address จากเครือข่ายไฟร์วอลล์ DMZ ที่เราได้สร้างไว้ เป็น 172.16.0.0
5. ทำการเปลี่ยน Primary DNS Suffix โดยในตัวอย่างนั้นได้ตั้งค่าให้เซิร์ฟเวอร์เป็น condoso.com (ตามภาพ)
6. คลิ้กปุ่ม Start และใช้เมาส์คลิ้กขวา เลือก Properties
7.  ไปที่ Opened Window คลิ้ก Change
8. ไปที่ System Properties คลิ้ก Change
9. ที่ Computer Name/Domain Changes Windows คลิ้ก More…
10. เพิ่ม Primary DNS Suffix ให้กับโดเมน ดังในภาพ
122212_0314_SettingupAD2
11. คลิ้ก OK จากนั้นคลิ้ก Restart Now
12. ทำการเพิ่ม HOSTS File เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์และโดเมนยังไม่ได้ทำการเชื่อมต่อกัน และโดยส่วนใหญ่แล้วเซิร์ฟเวอร์ภายในก็ยังไม่ได้รับการกำหนดชื่อเรียกเฉพาะ จึงต้องมีการตั้งชื่อให้กับ HOSTS File เช่นเดียวกันกับที่ต้องกำหนดค่า IP ให้กับ AD FS server, AD FS cluster และ AD FS proxy server ด้วย
13. ไปที่ Start เลือก Notepad โดยทำการคลิ้กขวาให้เป็น Run as Administrator
14. ไปที่ Open เลือก C:\Windows\System32\drivers\etc\hosts

122212_0314_SettingupAD3
15. ในขณะที่ทำการล็อกอินไปยัง AD FS-PR01 และ AD FS-PR02 ในแอคเคาท์แอดมินฯ ให้ทำการเปิด Microsoft Online Admin Portal https://portal.microsoftonline.com แล้วทำการล็อกอินเข้าสู่ระบบโดยใช้บัญชีแบบ global
16. คลิ้ก Downloads ที่บริเวณช่องด้านขวามือของหน้า Microsoft Online
17. คลิ้กปุ่ม Set Up ในส่วนของ Set up and configure your Office and desktop apps
122212_0314_SettingupAD5
18. จะปรากฏป๊อปอัพ Application
122212_0314_SettingupAD6
19. ทำการ sign in เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่สามารถเข้าถึงการใช้งาน   Office 365 ได้
122212_0314_SettingupAD7
20. ทำการล้างตัวเลือกแอพพลิเคชั่นใดๆ (ถ้ามี) โดยให้เลือกเพียง Microsoft Online Services Sign-in Assistant เท่านั้น เพื่อทำการติดตั้งในขั้นตอนต่อไป
122212_0314_SettingupAD8
21. เลือกยอมรับเงื่อนไข (Accept) ทั้งหมด เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้ง
122212_0314_SettingupAD9
22. คลิ้ก Finish เพื่อเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการติดตั้ง
122212_0314_SettingupAD10
การดาวน์โหลดและติดตั้ง AD FS RTW
1. เข้าไปดาวน์โหลด AD FS 2.0 RTW ที่ http://www.microsoft.com/download/en/details.aspx?id=10909 โดยต้องให้แน่ใจว่า edition ที่เลือกดาวน์โหลดนั้น ตรงกับ OS ของเซิร์ฟเวอร์ AD FS
2. ทำการติดตั้ง AD FS 2.0 RTW บน ADFS-PR01 และ ADFS-PR02 จากนั้น ดับเบิ้ลคลิ้กไฟล์ที่เพิ่งดาวน์โหลด เพื่อเตรียมทำการติดตั้ง
3. คลิ้ก Next ในหน้า Welcome Screen
4. คลิ้ก Accept the License Agreement
5. ที่หน้า Server Role Option เลือก Federation Server Proxy
6. คลิ้ก Next โดยข้ามขั้นตอนการติดตั้งส่วนเสริมอื่นๆ เพื่อทำการติดตั้งเฉพาะ OS component ที่ต้องการ จากนั้น ทำการ setup AD FS บน IIS (Internet Information Server) ดังต่อไปนี้
- Windows Identity Foundation
- .NET Framework 3.5 SP1
- Internet Information Services (IIS)
- Windows PowerShell 2.0
7. ก่อนเสร็จสิ้นการติดตั้ง ให้ล้างตัวเลือก ‘Start the ADFS 2.0 Management Snap-in’ จากนั้นคลิ้ก Finish เป็นอันเสร็จสิ้นการติดตั้ง

ลิขสิทธิบทความของ 2beshop.com
ผู้แทนจำหน่าย Microsoft Office365

1 TB : ความไฉไลล่าสุดหลัง SkyDrive เปลี่ยนเป็น OneDrive


rt6ujndz
พื้นที่จัดเก็บข้อมูล SkyDrive หนึ่งในการบริการบนกลุ่มเมฆของ Office 365 เพิ่งจะเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่เป็น OneDrive ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมการยกเครื่องหน้าตา คุณสมบัติของฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นด้วย และล่าสุดก็เตรียมจะเพิ่มออพชั่นใหม่กับความจุมหาศาลถึง 1 เททราไบต์ สำหรับผู้ใช้งานทุกประะเภท เพื่อรองรับความนิยมจากกลุ่มผู้ใช้ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้ไมโครซอฟท์ขยายพื้นที่ความจุ
การเข้าถึงแหล่งจัดเก็บข้อมูลอย่างง่ายดายทั้งยังสามารถแชร์และใช้งานร่วมกันได้กับอุปกรณ์ตัวอื่นในคราวเดียว ทำให้ OneDrive มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ใช้งานประเภทบุคคล ไมโครซอฟท์จึงเตรียมเสริมความแข็งแกร่งของ OneDrive ด้วยการเพิ่มออพชั่นขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 1 เททราไบต์ (1 TB) แก่ผู้ใช้งานทุกประเภท ด้วยค่าบริการรวมในแพคเกจการใช้งานเริ่มต้นที่ 6 ดอลลาร์ต่อเดือน ออพชั่นดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้งานประเภท Office 365 Home, Office 365 personal และ Office 365 University ได้รับการปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นจาก 20 GB เป็น 1 TB ทันที ถือว่าเป็นการขยายพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแก่ผู้ใช้งานจากเดิมถึง 50 เท่า หรือ 5,000% เลยทีเดียว
ออพชั่นความจุขนาด 1 TB ของ OneDrive ได้เปิดให้บริการนำร่องสำหรับผู้ใช้งานบริการกลุ่มเมฆ (cloud) ของ Office 365 เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และสามารถกระตุ้นจำนวนผู้ใช้งาน Office 365 ให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากออพชั่นนี้อีกด้วย
ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ยังจูงใจผู้ใช้ต่อไปอีกว่า ความจุขนาด 1 TB นั้นมีพื้นที่มากมายมหาศาลขนาดที่ว่าสามารถจัดเก็บสารานุกรมบริทานนิกาฉบับเต็มได้ถึง 1,000 เล่ม, จัดเก็บอัลบั้มเพลงในรูปแบบซีดีโดยสามารถเล่นต่อเนื่องได้นานถึง 20,000 ชั่วโมง และยังบันทึกข้อมูลความจำได้มากกว่าสมองของคนธรรมดาถึง 8,000 เท่า
ออพชั่นความจุ 1 TB สำหรับผู้ใช้ OneDrive จะถูกอัพเดทในแพคเกจมาตรฐานของผู้ใช้ Office 365 ทุกประเภทภายในเดือนกรกฎาคมนี้
ลิขสิทธิบทความของ 2beshop.com
ผู้แทนจำหน่าย Microsoft Office365

สูตรสำเร็จ 3 ขั้น เพื่อเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ของ Office 365


Preparing-your-Infrastructure5-680x382

หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจแล้วว่า Office365 คือระบบ cloud server ในการจัดเก็บ โยกย้าย และรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งจัดเก็บข้อมูลที่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ซี่งจะช่วยทุ่นงบประมาณในส่วนนี้ไปได้มาก หลายๆ องค์กรธุรกิจตั้งแต่ระดับเล็กจนถึงระดับกลางจึงเริ่มหันมาให้ความสนใจกับระบบการจัดการด้าน cloud based solution กันมากขึ้น ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรทั้งหลายที่ใช้ Office365 อยู่หรือกำลังตัดสินใจที่จะใช้ จะต้องทำความเข้าใจกับการใช้งานระบบที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติการของ Office365 ด้วย
ก่อนอื่น ผู้ใช้งานจำเป็นต้องทำความเข้าใจในพื้นฐานเบื้องต้น 3 ประการต่อไปนี้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงการใช้งาน Office365 อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร ซึ่งก็คือ
1. ระบบการสร้างและกำหนดบัญชีผู้ใช้ให้เข้าถึง Office365
เป็นขั้นตอนพื้นฐานซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของ Office365 ภายในองค์กร ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้การจัดการระบบบัญชีส่วนตัวของผู้ใช้และ traffic ของเว็บ เพราะระบบ cloud ของ Office365 ก็ไม่แตกต่างไปจากผู้ให้บริการระบบ cloud รายอื่นๆ ซึ่งต้องกำหนดบัญชีและรหัสผู้ใช้ให้สามารถเข้าถึงการจัดการ cloud ได้
ใน Office365 มีเครื่องมือรองรับการจัดการดังกล่าวที่เรียกว่า DirSync เพื่อจัดการเชื่อมโยงบัญชีผู้ใช้ให้เข้าถึงระบบการจัดการ cloud แต่อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงผู้ใช้งานให้เข้าถึงระบบจัดการ cloud อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นจะต้องแน่ใจว่าภายในองค์กรนั้นมีบุคลากรที่มีความพร้อมในการจะเข้าถึง cloud มีการบริหารจัดการองค์กรที่ได้มาตรฐาน และมี Active Directory ที่มีคุณภาพเพียงพอในการจัดการทรัพยากรในระบบ องค์กรที่ต้องการจะนำระบบ cloud จาก Office365 มาใช้ จึงจำเป็นจะต้องแน่ใจแล้วว่ามีการจัดการด้านระบบบัญชีผู้ใช้งานที่ดีเพียงพอ และมีเครื่องมือจัดการระบบขั้นสูงในการเชื่อมโยงระบบกับข้อมูลเข้าด้วยกัน ตลอดจนเครื่องมือจัดการสำหรับผู้ใช้อีกด้วย
 - ฐานข้อมูล FIM 2010 ก็สำคัญ
Forefront Identity manager 2010 หรือ FIM 2010 คือระบบการจัดการฐานข้อมูลผู้ใช้งานโปรแกรมภายใต้ผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ โดยจะประสานข้อมูลและเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการจัดการระบบของผู้ใช้ด้วยตนเอง โดยหลังจากดำเนินการกำหนดรูปแบบการจัดการบัญชีผู้ใช้แล้ว องค์กรหรือหน่วยงานเองก็ควรให้ความใส่ใจในด้านการวางแผนกำหนดขอบเขตเชื่อมโยง gateway ระหว่างเครือข่ายด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีการใช้ระบบกลั่นกรองปริมาณการเข้าชมเว็บหรือมีการตรวจสอบโปรโตคอลที่เป็น https เพราะองค์กรหรือหน่วยงานควรตระหนักอยู่เสมอว่า โปรแกรม Office 365 ล้วนมีการปฏิบัติงานและจัดการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งหมด การจัดเตรียมทรัพยากรอื่นๆ เช่น อุปกรณ์เครื่องมือควรมีประสิทธิภาพสูง การเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็ควรเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้การตรวจสอบ infrastructure มีความแม่นยำและเกิดประสิทธิภาพต่อองค์รวมของระบบอย่างสูงสุด
2. การสร้างให้ระบบเชื่อมโยงกับผู้ใช้ ในลักษณะเดียวกับเซอร์ฟเวอร์ AD FS
ความสำคัญที่รองลงมาอีกประการหนึ่งก็คือ หน่วยงานหรือองค์กรควรมีการสร้างความเข้าใจแก่ผู้ใช้งานอย่างชัดเจนว่า Office365 มีความสำคัญอย่างไรและมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานอย่างไร โดยควรจะมีการจัดทำข้อมูลแจ้งให้ผู้ใช้งานได้รับทราบเป็นรายบุคคล และมีทีมงานคอยให้คำปรึกษา ตลอดจนความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดการเข้าถึงระบบอย่างมีประสิทธิภาพ
Active Directory Federation Services (AD FS) คือส่วนที่มีบทบาทในลักษณะของ server role ทำหน้าที่ให้บริการ Web single-sign-on (SSO) ในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ อันหมายถึงบริบทแบบเดียวกันกับผู้ใช้งาน Office365 นั่นเอง
การนำ AF DS เข้ามาสนับสนุนในระบบ จะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงการจัดการเครื่องมือได้และมีความปลอดภัยสูง
3. กำหนดค่าการรักษาความปลอดภัยของOffice 365 ในวิธีการเดียวกับ AD RMS
ถึงตรงนี้ เราก็พร้อมแล้วที่จะให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงการใช้งาน Office365 อย่างเต็มรูปแบบ อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายและเน็ตเวิร์คต่างๆ ก็พร้อมรองรับการปฏิบัติการ ระบบจัดการบัญชีผู้ใช้ก็พร้อมสำหรับการเข้าใช้งาน ดูเหมือนว่ากระบวนการเข้าถึง Office365 น่าจะเสร็จสิ้น แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว คำถามสำคัญจากผู้ใช้งานที่จะตามมาคือ “จะวางใจในระบบรักษ่าความปลอดภัยของคอนเทนท์บน Office365 ได้อย่างไร?”
แม้องค์กรหรือหน่วยงานจะรับรองผู้ใช้งานว่าข้อมูลส่วนตัวและคอนเทนท์ใดๆ บน Office365 จะได้รับการปกป้องด้วยระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูง หรือมีปราการปกป้องเซอร์ฟเวอร์ที่แข็งแกร่งราวกับฐานทัพฟอร์ทน็อกซ์ที่ปกป้องทองคำของสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นหนาเพียงใดก็ตาม แต่ไม่ว่าข้อมูล เอกสารสำคัญ หรือทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกจัดเก็บอยู่บน cloud ไม่ว่าจะใน Exchange หรือSharePoint ก็ดี จะยังคงปลอดภัยเช่นเดียวกับข้อมูลที่จัดเก็บในเซอร์ฟเวอร์หลังใหญ่ในกำบังอันแข็งแกร่งหรือไม่ ระบบ Active Directory Right Management Service หรือ AD RMS จะเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มตัวในขั้นตอนนี้
Active Directory Right Management Service คือเซอร์ฟเวอร์สนับสนุนด้านการจัดการและพัฒนาอันเกิดจากการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่ง Office365 ก็ได้ถูกพัฒนาเพื่อให้รองรับการทำงานร่วมกับ AD RMS เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานหรือองค์กรที่นำ Office365 ไปใช้และครอบคลุมในการนี้ ก็ควรที่จะมี host เป็นของตัวเองอีกชั้น เพื่อให้รองรับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสิทธิ์ในการเข้าถึง certificates ขององค์กรหรือหน่วยงานในการใช้งานบน Office365 ต่อไป
โครงสร้างพื้นฐานของ Office365 ดีอย่างไร
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Office365 กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งบริการ cloud computing ที่ตอบโจทย์องค์กรขนาดกลางได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ภายใต้การบริการอันเป็นระบบสำเร็จรูปของ Office365 องค์กรหรือหน่วยงานเองก็ควรที่จะคำนึงถึงความสำคัญของระบบป้องกันความปลอดภัยด้านข้อมูลของผู้ใช้งานเป็นลำดับแรกๆ เช่นเดียวกับความสำคัญด้านการประมวลผลและเทคโนโลยีที่จะมองข้ามอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ และอย่าใช้งาน Office365 เพียงเพื่อการจัดเก็บโยกย้ายข้อมูลเท่านั้น เพราะโครงสร้างทั้งหมดบน infrastructure บน Office365 ยังมีขีดความสามารถอีกหลากหลายด้านในการช่วยพัฒนาระบบเครือข่ายและข้อมูลเพื่อช่วยให้องค์กรของคุณเติบโตไปได้อีกไกลกว่าที่คุณคิดไว้
ลิขสิทธิบทความของ 2beshop.com
ผู้แทนจำหน่าย Microsoft Office365

นิยามของ Office 365 : เมื่อเป็นได้มากกว่าความสำเร็จของธุรกิจ


Microsoft-Office-365-Infographic
ในบริบทของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เรามักจะนึกถึงโครงสร้างของการบริหาร การจัดการหลายขั้นตอนที่ต้องออกมาเป็นระบบ การประเมินผลงานที่ยากต่อการหลีกเลี่ยงความผิดพลาด และผลลัพธ์ของงานกว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องพบกับสารพัดปัจจัยที่พร้อมจะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จทุกเมื่อ
จะดีสักแค่ไหนถ้าออฟฟิศของคุณจะอยู่ในมือของคุณเอง มือที่สามารถบริหารจัดการทุกสิ่งทุกอย่างได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ และเพิ่มอำนาจต่อรองทางธุรกิจอย่างได้เปรียบคู่แข่งด้วยความพร้อมของการปฏิบัติการตลอดเวลา
ภายใต้การบริหารจัดการด้วย Office 365 คุณยังคงสามารถจัดการกับระบบงานเอกสารด้วยตัวเองผ่าน application ที่คุ้นเคยบน Windows ทั้ง MS Words, Excel, PowerPoint, Outlook, OneNote และอีกมากมายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
หากคิดจะเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวคุณเองบนโลกออนไลน์ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องนึกถึงการว่าจ้างเว็บดีไซเนอร์หรือโปรแกรมเมอร์เพื่อดูแล “หน้าตา” ให้ธุรกิจของคุณ ในเมื่อคุณเองก็สามารถออกแบบหน้าตาของเว็บไซต์ให้เป็นไปอย่างที่ต้องการและลงมือเองทุกขั้นตอนได้ นั่นคือสิ่งที่ Office 365 เติมเต็มศักยภาพของคุณด้วยฟังก์ชั่นเว็บดีไซน์ พร้อมระบบอีเมล์ และการสร้างเว็บด้วยโดเมนที่คุณสามารถสร้างให้สอดคล้องกับธุรกิจได้
การจัดการกับระบบเซอร์ฟเวอร์เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจบนโลกออนไลน์มองว่าเป็นเรื่องไกลตัวและต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญมาโดยตลอด แต่ระบบ cloud-computing กำลังสร้างความตื่นตัวให้บรรดาเจ้าของเว็บไซต์ได้เรียนรู้การจัดการเซอร์ฟเวอร์ได้ด้วยตัวเอง และเหนือสิ่งอื่นใดคือสามารถควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่ายได้เองอีกด้วย เมื่อ Office 365 ตอบโจทย์และเติมเต็มช่องว่างของการทำธุรกิจที่เคยเป็นเรื่องยากได้
ต่อไปนี้แม้แต่การทำงานของคุณเองก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะสามารถยกออฟฟิศส่วนตัวตามติดไปกับคุณได้ทุกที่!
ลิขสิทธิบทความของ 2beshop.com
ผู้แทนจำหน่าย Microsoft Office 365